เร่งสรรหา คกก.สอบปมกระแส ‘บิ๊กสื่อ’ลวนลามนักข่าว

เร่งสรรหา คกก.สอบปมกระแส ‘บิ๊กสื่อ’ลวนลามนักข่าว

  • By :
  • Category : news
  • Comment : 0

“องค์กรวิชาชีพสื่อ”เร่งสรรหาคณะกรรมการสอบปม “บิ๊กสื่อ”คุกคามทางเพศลูกจ้างสาว ด้านตัวแทนสื่อภาคสนาม ยันจะเดินหน้าล่ารายชื่อ เสริมทัพหาความจริง เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายมงคล บางประภา อุปนายกฝ่ายบริหารและเลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวลูกจ้างสาวเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพสื่อ

ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้บริหารองค์กรข่าวแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ ว่า สำหรับการสรรหาคณะกรรมการอิสระในการแสวงหาข้อเท็จจริง อยู่ในขั้นตอนการทาบทามผู้ทรงวุฒิมา ยังไม่ทราบผลของแต่ละคน ส่วนการวางกรอบตัวบุคคล เบื้องต้นกำหนดไว้ 5 – 7 คน โดยเฉพาะตัวประธาน คุณสมบัติจะต้องเป็นบุคคลภายนอกที่เป็นที่ยอมรับ และน่าเชื่อถือ  มีสัดส่วนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย รวมถึงจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกระแสข่าวลือดังกล่าว  ทั้งนี้ขอย้ำว่าขั้นตอนแรกจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงก่อน  เนื่องจากข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด ยังอยู่ในขั้นของกระแสข่าวลือผ่านช่องทางออนไลน์  อีกทั้งยังมีกระแสข่าวที่สับสนปะปนหลายเรื่อง  

ส่วน น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ กลุ่มตัวแทนนักข่าวภาคสนาม กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกับลูกจ้างสาวคนดังกล่าว เพียงล่ารายชื่อนักข่าวภาคสนามเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวภาคสนามได้ร่วมกันแสดงจุดยืนกับเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกระแสข่าวลือก็ตามมันส่งผลให้ไม่เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้ตนก็เดินหน้าล่ารายชื่อได้ประมาณ 22 รายแล้ว โดยที่ไม่ได้กำหนดว่าจะมีการล่ารายชื่อจำนวนเท่าไหร่ หรือระยะสิ้นสุดในการล่ารายชื่อก็ตาม แต่การกระทำแบบนี้จะเป็นการสร้างความชัดเจน ให้ทางสมาคมได้มีความกล้าหาญที่จะเดินหน้าพิสูจน์ความจริง เพราะหากทุกคนนิ่งเฉยก็จะกลายเป็นกระส่อข่าวลือแล้วก็เงียบหายไป  โดยคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงหวังว่าจะเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งให้เป็นไปตามกระบวนการของคณะกรรมดังกล่าว จะช้าหรือเร็วก็ว่ากันไป “หากเรื่องนี่เกิดขึ้นจริง ก็จะไม่ยอม เพราะส่งผลให้วงการสื่อมวลชน นักข่าวภาคสนามเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงทำงานลำบากมากขึ้น พร้อมทั้งความขาดศรัทธาต่อสังคมโดยรวม หากสื่อมีหน้าที่ตรวจสอบ แต่กลับมาทำเรื่องเสียเอง ” น.ส.หทัยรัตน์  กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

admin